สรุปเนื้อหาสำคัญ:
- เหตุการณ์ความสูญเสีย: มีผู้เสียชีวิตรวม 32 ราย แบ่งเป็น 30 รายจากเหตุเครนทับรถไฟที่โคราช และ 2 รายจากเหตุเครนทับรถกระบะที่ถนนพระราม 2 ซึ่งทั้งสองโครงการมีบริษัท อิตาเลียนไทย เป็นผู้รับผิดชอบ
- ปมการเมืองระหว่าง “เพื่อไทย” และ “ภูมิใจไทย”: พรรคเพื่อไทยออกมาจี้ให้รัฐบาลใช้มาตรฐานเดียวกันในการลงโทษ โดยยกกรณี “หลุมยุบ” หน้าวชิระพยาบาล (ซึ่งมีบริษัท ซิโน-ไทย ดูแล) มาเปรียบเทียบว่าหากจะบอกเลิกสัญญากับอิตาเลียนไทย ก็ควรพิจารณาสัญญาของซิโน-ไทยด้วย
- ความรับผิดชอบของนายกฯ (คุณอนุทิน): นักวิชาการ (อาจารย์ยุทธพร) วิเคราะห์ว่า แม้นายกฯ จะพยายามสั่งบอกเลิกสัญญาเพื่อลดกระแสสังคม แต่ในทางกฎหมายและภาพลักษณ์ก็เลี่ยงลำบาก เพราะสัญญาเหล่านี้ถูกอนุมัติในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยดูแลกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลก่อน
- ข้อควรระวังเรื่อง “ค่าโง่”: อาจารย์ปรเมธ (อัยการอาวุโส) เตือนว่ารัฐบาลไม่สามารถสั่งบอกเลิกสัญญาทันทีเพียงเพราะมีคนตายได้ แต่ต้องตรวจสอบว่าบริษัททำผิดเงื่อนไขในสัญญาหรือไม่ (เช่น อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน) หากสั่งเลิกโดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมายรองรับที่เพียงพอ รัฐอาจถูกฟ้องกลับและต้องจ่าย “ค่าโง่” มหาศาล
- ความต่างของ “เครนถล่ม” กับ “หลุมยุบ”: มีการอธิบายว่ากรณีหลุมยุบที่หน้าวชิระพยาบาลและพระราม 2 อาจเกิดจากสภาพชั้นดินตามธรรมชาติและท่อประปาแตก ซึ่งต่างจากกรณีเครนถล่มที่เป็นความบกพร่องของอุปกรณ์และการก่อสร้างโดยตรง
- มาตรการพักงาน: รัฐบาลสั่งพักโครงการของอิตาเลียนไทย 14-15 วัน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทั้งหมด แต่การจะบอกเลิกสัญญาถาวรยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ความผิดอีกนาน
สรุปคือ วิดีโอนี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนระหว่างการบริหารงานที่ผิดพลาดของเอกชน กับการตัดสินใจทางการเมืองที่ต้องระมัดระวังผลกระทบทางกฎหมายในอนาคต

Video Uploaded Date: Timezone ⏰ (Asia/Bangkok)
2026-01-18 02:12:08 (24 Hours Format)
วิดีโอนี้ได้รับการแก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ 2026-01-18 / 02:58:37 กระบวนการปรับแต่งใช้เวลา 2 ชั่วโมง 29 นาที 38 วินาที และพร้อมใช้งานเมื่อ 2026-01-18 / 05:28:16
Creation Date: Aug 20, 2025 【5 months, 1 days ago. (Total: 151 days)】
Subscribers: 689000 (🥈Silver)





